สำหรับนักลงทุนที่ก้าวเข้ามาในโลกของคริปโตได้สักพัก คงจะเริ่มได้ยินคำว่าการเทรดฟิวเจอร์สหรือออปชันกันมาบ้าง ซึ่งพื้นฐานของสิ่งเหล่านี้มาจากคำถามที่ว่า Derivative คือ อะไรกันแน่ โดยในทางสถาบันการเงิน Derivative คือ สัญญาทางการเงินที่มีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์หลัก เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น หรือทองคำ การทำความเข้าใจว่า Derivative คืออะไร เครื่องมือในการทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงจะช่วยให้การวางกลยุทธ์บน กระดานเทรดคริปโต มีความหลากหลายมากขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า Derivative คือโอกาสหรือความเสี่ยง และมีกลไกการทำงานอย่างไรที่นักเทรดมือใหม่ควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเริ่มต้นก้าวเข้าสู่สนามการเทรดอนุพันธ์อย่างจริงจัง
หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Derivative คือ "สัญญา" ที่เราตกลงทำกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง โดยราคาสัญญาจะขึ้นลงตามราคาสินทรัพย์ที่อ้างอิง (Underlying Asset) เช่น หากเราทำสัญญาอนุพันธ์ของ Bitcoin มูลค่าของสัญญานั้นก็จะเคลื่อนไหวตามราคาของ Bitcoin ในตลาดจริงนั่นเอง
ความพิเศษที่ทำให้คนสนใจว่า Derivative คือ อะไร มากกว่าการซื้อเหรียญเก็บไว้เฉย ๆ คือการที่เราไม่จำเป็นต้องครอบครองเหรียญนั้นจริง ๆ แต่เรากำลัง "เก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา" ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถทำกำไรได้แม้ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง (Short Position) หรือเพิ่มโอกาสทำกำไรมหาศาลผ่านการใช้เลเวอเรจ (Leverage)
ในโลกของการเทรดคริปโต รูปแบบของ Derivative คือ สิ่งที่ถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยแบ่งประเภทหลักได้ดังนี้
สัญญาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงจะแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ณ เวลาที่กำหนดในอนาคต แต่ในตลาดคริปโตจะมีสิ่งที่เรียกว่า Perpetual Futures ซึ่งเป็นสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้นักเทรดสามารถถือสถานะไว้ได้นานเท่าที่ต้องการตราบใดที่มีเงินประกันเพียงพอ
Derivative คือ สัญญาที่ให้ "สิทธิ" แก่ผู้ถือ แต่ไม่บังคับ ว่าจะซื้อ (Call Option) หรือขาย (Put Option) สินทรัพย์ในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หากราคาไม่เป็นไปตามคาด ผู้ถือสัญญาเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิได้ โดยเสียเพียงค่าธรรมเนียมสัญญา (Premium) เท่านั้น
คล้ายกับ Futures แต่เป็นการตกลงกันนอกตลาดหลัก (Over-the-counter) ซึ่งมักใช้ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่ต้องการทำสัญญาแบบเฉพาะเจาะจง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน การเทรดอนุพันธ์ที่นิยมที่สุดในตลาดคริปโตคือ Futures Contract ซึ่งเป็นการทำสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาที่ตกลงกันไว้
การเริ่มต้นเทรดอนุพันธ์ควรทำอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น:
การจะเทรดอนุพันธ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องเข้าใจศัพท์และกลไกเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง
เลเวอเรจในทาง Derivative คือ การยืมเงินจากแพลตฟอร์มมาเพิ่มอำนาจในการซื้อขาย เช่น เลเวอเรจ 10x หมายความว่าถ้าเรามีเงิน 1,000 บาท เราจะสามารถเปิดสัญญาที่มีมูลค่าเท่ากับ 10,000 บาทได้ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มกำไรได้มหาศาล แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้รวดเร็วเช่นกัน
เนื่องจาก Perpetual Futures ไม่มีวันหมดอายุ จึงต้องมีกลไกที่ทำให้ราคาสัญญาใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง (Spot) เสมอ Funding Rate คือค่าธรรมเนียมที่นักเทรดฝั่ง Long และ Short จ่ายแลกเปลี่ยนกันทุก ๆ 8 ชั่วโมง (หรือตามเวลาที่กำหนด) เพื่อรักษาสมดุลของราคา
นี่คือจุดที่นักเทรดกลัวที่สุด ในโลกของ Derivative คือ เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทางจนเงินประกัน (Margin) ของเราไม่เพียงพอต่อผลขาดทุน ระบบจะทำการปิดสถานะของเราโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มขาดทุน ส่งผลให้เงินทุนในไม้เทรดนั้นกลายเป็นศูนย์ทันที
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ "กรรมสิทธิ์" และ "กลไกการทำกำไร" ดังนี้
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
การเทรด Spot |
การเทรด Derivative |
|
กรรมสิทธิ์ |
ได้ครอบครองสินทรัพย์จริง (เช่น มีเหรียญใน Wallet) |
ไม่ได้ครองสินทรัพย์ เป็นเพียง "สัญญา" อ้างอิงราคา |
|
ทิศทางกำไร |
กำไรเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น |
ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) |
|
เลเวอเรจ (Leverage) |
เทรดได้ตามจำนวนเงินที่มีจริง (1x) |
สามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อได้หลายเท่า |
|
ความเสี่ยง |
เสี่ยงติดดอย (ราคาลดลง) แต่เหรียญไม่หาย |
มีโอกาสถูกล้างพอร์ต (Liquidation) หากราคาผิดทาง |
การทำความเข้าใจสถิติช่วยให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของตลาดอนุพันธ์เมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบปกติ (Spot)
เหตุผลที่นักลงทุนมือโปรเลือกใช้เครื่องมือ Derivative คือ
การเทรดอนุพันธ์ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับทุกคน แต่จะตอบโจทย์กลุ่มคนดังนี้:
ขึ้นชื่อว่าอนุพันธ์ ความเสี่ยงย่อมสูงกว่าการถือครองเหรียญปกติหลายเท่าตัวโดยมีสิ่งที่ต้องพึงระวังดังนี้
แม้จะมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย (High Risk, High Return):
การทำความเข้าใจว่า Derivative คือ อะไร เป็นเพียงก้าวแรกของการเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ สินทรัพย์อนุพันธ์เป็นเสมือน "ดาบสองคม" ที่ให้ทั้งพลังในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลและการทำลายล้างเงินทุนในเวลาเดียวกัน ดังนั้น การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การฝึกฝนวินัยในการตัดขาดทุน (Stop Loss) และการเลือกใช้ กระดานคริปโตอย่าง Bitazza ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ กลต. มีความน่าเชื่อถือและมีสภาพคล่องสูง จึงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับนักเทรดทุกคน
Derivative คือ สัญญาที่ราคาขึ้นลงตามราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ แต่ใช้เพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาหรือป้องกันความเสี่ยง
ไม่แนะนำอย่างยิ่ง มือใหม่ควรเริ่มต้นจากการเทรด Spot เพื่อเข้าใจพฤติกรรมราคาคริปโตก่อน เมื่อชำนาญแล้วจึงค่อยเริ่มศึกษาเรื่องอนุพันธ์โดยใช้เลเวอเรจในระดับต่ำ ๆ
Spot คือการซื้อเหรียญจริงมาครอบครอง ต้องรอราคาขึ้นถึงจะได้กำไร แต่ Futures คือการทำสัญญาเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจได้และทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปนักเทรดมืออาชีพมักใช้เลเวอเรจไม่เกิน 3x - 10x เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจนำไปสู่การล้างพอร์ต
เพราะมีการใช้เลเวอเรจ ทำให้เงินประกันที่วางไว้มีมูลค่าน้อยกว่าขนาดของสัญญา เมื่อราคาผิดทางจนเงินประกันไม่พอรองรับผลขาดทุน ระบบจึงต้องปิดสัญญาเพื่อตัดความเสียหาย
คำเตือน
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด