Bitazza Thailand Blog

Derivative คืออะไร? เข้าใจสินทรัพย์อนุพันธ์และการเทรดในตลาดคริปโต

what is derivative

 

สำหรับนักลงทุนที่ก้าวเข้ามาในโลกของคริปโตได้สักพัก คงจะเริ่มได้ยินคำว่าการเทรดฟิวเจอร์สหรือออปชันกันมาบ้าง ซึ่งพื้นฐานของสิ่งเหล่านี้มาจากคำถามที่ว่า Derivative คือ อะไรกันแน่ โดยในทางสถาบันการเงิน Derivative คือ สัญญาทางการเงินที่มีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์หลัก เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หุ้น หรือทองคำ การทำความเข้าใจว่า Derivative คืออะไร เครื่องมือในการทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลงจะช่วยให้การวางกลยุทธ์บน กระดานเทรดคริปโต มีความหลากหลายมากขึ้น บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า Derivative คือโอกาสหรือความเสี่ยง และมีกลไกการทำงานอย่างไรที่นักเทรดมือใหม่ควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเริ่มต้นก้าวเข้าสู่สนามการเทรดอนุพันธ์อย่างจริงจัง

Derivative คืออะไรในมุมมองนักลงทุน

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Derivative คือ "สัญญา" ที่เราตกลงทำกับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง โดยราคาสัญญาจะขึ้นลงตามราคาสินทรัพย์ที่อ้างอิง (Underlying Asset) เช่น หากเราทำสัญญาอนุพันธ์ของ Bitcoin มูลค่าของสัญญานั้นก็จะเคลื่อนไหวตามราคาของ Bitcoin ในตลาดจริงนั่นเอง

ความพิเศษที่ทำให้คนสนใจว่า Derivative คือ อะไร มากกว่าการซื้อเหรียญเก็บไว้เฉย ๆ คือการที่เราไม่จำเป็นต้องครอบครองเหรียญนั้นจริง ๆ แต่เรากำลัง "เก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา" ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถทำกำไรได้แม้ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง (Short Position) หรือเพิ่มโอกาสทำกำไรมหาศาลผ่านการใช้เลเวอเรจ (Leverage)

ประเภทของ Derivative ที่นิยมเทรดในตลาดคริปโต

ในโลกของการเทรดคริปโต รูปแบบของ Derivative คือ สิ่งที่ถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยแบ่งประเภทหลักได้ดังนี้

1. Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า)

สัญญาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงจะแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ณ เวลาที่กำหนดในอนาคต แต่ในตลาดคริปโตจะมีสิ่งที่เรียกว่า Perpetual Futures ซึ่งเป็นสัญญาที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้นักเทรดสามารถถือสถานะไว้ได้นานเท่าที่ต้องการตราบใดที่มีเงินประกันเพียงพอ

2. Options (สัญญาเลือก)

Derivative คือ สัญญาที่ให้ "สิทธิ" แก่ผู้ถือ แต่ไม่บังคับ ว่าจะซื้อ (Call Option) หรือขาย (Put Option) สินทรัพย์ในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หากราคาไม่เป็นไปตามคาด ผู้ถือสัญญาเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิได้ โดยเสียเพียงค่าธรรมเนียมสัญญา (Premium) เท่านั้น

3. Forwards

คล้ายกับ Futures แต่เป็นการตกลงกันนอกตลาดหลัก (Over-the-counter) ซึ่งมักใช้ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ที่ต้องการทำสัญญาแบบเฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างการเทรด Derivative

derivative trade

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน การเทรดอนุพันธ์ที่นิยมที่สุดในตลาดคริปโตคือ Futures Contract ซึ่งเป็นการทำสัญญาซื้อหรือขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาที่ตกลงกันไว้

  • ตัวอย่างการเปิดสถานะ Long (เก็งกำไรขาขึ้น)
    หากคุณคาดว่าราคา Bitcoin ($BTC$) จะปรับตัวสูงขึ้น คุณเปิดสถานะ Long ที่ราคา $60,000$ ดอลลาร์ หากราคาพุ่งไปที่ $65,000$ ดอลลาร์ คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างราคา $5,000$ ดอลลาร์ต่อ $1$ BTC
  • ตัวอย่างการเปิดสถานะ Short (เก็งกำไรขาลง)
    หากคุณคาดว่าราคาจะลดลง คุณเปิดสถานะ Short ที่ราคา $60,000$ ดอลลาร์ หากราคาลดลงเหลือ $55,000$ ดอลลาร์ คุณก็ยังสามารถทำกำไรได้แม้ในตลาดขาลง
  • การใช้ Leverage
    จุดเด่นคือการใช้เลเวอเรจ เช่น หากคุณใช้ $10x$ ด้วยเงินทุน $1,000$ ดอลลาร์ คุณจะสามารถคุมสถานะที่มีมูลค่าถึง $10,000$ ดอลลาร์ได้ ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้สูงขึ้นจากเงินทุนจำนวนจำกัด

วิธีเริ่มเทรด Derivative สำหรับมือใหม่

การเริ่มต้นเทรดอนุพันธ์ควรทำอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น:

  1. เลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ: สมัครใช้งาน Exchange ที่มีสภาพคล่องสูงและมีระบบความปลอดภัยที่ดี
  2. ศึกษาประเภทของสัญญา: ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Perpetual Futures (ไม่มีวันหมดอายุ) และ Quarterly Futures (มีวันหมดอายุ)
  3. โอนสินทรัพย์เข้าสู่ Futures Wallet: โดยปกติจะต้องโอนเหรียญ (เช่น $USDT$) จากบัญชี Spot ไปยังบัญชี Derivative ก่อน
  4. ทดลองด้วยเงินจำนวนน้อย: เริ่มต้นด้วยเลเวอเรจต่ำๆ (เช่น $2x$ - $5x$) เพื่อทำความเข้าใจกลไกของราคาและค่าธรรมเนียม (Funding Fee)
  5. ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เสมอ: นี่คือกฎเหล็กสำหรับมือใหม่เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทุนทั้งหมด

กลไกสำคัญที่ทำให้ตลาดอนุพันธ์แตกต่างจากตลาดปกติ

how different of derivative

 

การจะเทรดอนุพันธ์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องเข้าใจศัพท์และกลไกเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

Leverage (เลเวอเรจ)

เลเวอเรจในทาง Derivative คือ การยืมเงินจากแพลตฟอร์มมาเพิ่มอำนาจในการซื้อขาย เช่น เลเวอเรจ 10x หมายความว่าถ้าเรามีเงิน 1,000 บาท เราจะสามารถเปิดสัญญาที่มีมูลค่าเท่ากับ 10,000 บาทได้ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มกำไรได้มหาศาล แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้รวดเร็วเช่นกัน

Funding Rate (ค่าธรรมเนียมการถือสถานะ)

เนื่องจาก Perpetual Futures ไม่มีวันหมดอายุ จึงต้องมีกลไกที่ทำให้ราคาสัญญาใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง (Spot) เสมอ Funding Rate คือค่าธรรมเนียมที่นักเทรดฝั่ง Long และ Short จ่ายแลกเปลี่ยนกันทุก ๆ 8 ชั่วโมง (หรือตามเวลาที่กำหนด) เพื่อรักษาสมดุลของราคา

Liquidation (การล้างพอร์ต)

นี่คือจุดที่นักเทรดกลัวที่สุด ในโลกของ Derivative คือ เมื่อราคาเคลื่อนที่ผิดทางจนเงินประกัน (Margin) ของเราไม่เพียงพอต่อผลขาดทุน ระบบจะทำการปิดสถานะของเราโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มขาดทุน ส่งผลให้เงินทุนในไม้เทรดนั้นกลายเป็นศูนย์ทันที

 

Derivative vs Spot ต่างกันยังไง

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ "กรรมสิทธิ์" และ "กลไกการทำกำไร" ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

การเทรด Spot

การเทรด Derivative

กรรมสิทธิ์

ได้ครอบครองสินทรัพย์จริง (เช่น มีเหรียญใน Wallet)

ไม่ได้ครองสินทรัพย์ เป็นเพียง "สัญญา" อ้างอิงราคา

ทิศทางกำไร

กำไรเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น

ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short)

เลเวอเรจ (Leverage)

เทรดได้ตามจำนวนเงินที่มีจริง (1x)

สามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อได้หลายเท่า

ความเสี่ยง

เสี่ยงติดดอย (ราคาลดลง) แต่เหรียญไม่หาย

มีโอกาสถูกล้างพอร์ต (Liquidation) หากราคาผิดทาง

 

สถิติภาพรวมตลาด Derivative ในโลกคริปโต

derivative statitic

 

การทำความเข้าใจสถิติช่วยให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของตลาดอนุพันธ์เมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบปกติ (Spot)

  • ปริมาณการซื้อขายสูงสุด (Trading Volume High): ในช่วงตลาดกระทิงปี 2021 และ 2024 ปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์คริปโตเคยพุ่งสูงกว่าตลาด Spot ถึง 3-5 เท่า โดยมีมูลค่าการเทรดต่อวันทะลุหลักหลายล้านล้านบาท
  • อัตราการล้างพอร์ต (Liquidation Low/High): สถิติที่น่าสนใจคือในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนรุนแรง มูลค่าการล้างพอร์ต (Liquidation) ในตลาดอนุพันธ์อาจพุ่งสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
  • สัดส่วนการครองตลาด: ปัจจุบัน กระดานคริปโต ระดับโลกมีสัดส่วนรายได้และจำนวนผู้ใช้งานในส่วนของ Derivative เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนต้องการใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อ

ทำไมต้องเทรด Derivative? ข้อดีที่นักลงทุนมองหา

เหตุผลที่นักลงทุนมือโปรเลือกใช้เครื่องมือ Derivative คือ

  1. Hedging (การป้องกันความเสี่ยง): หากคุณถือ Bitcoin ไว้จำนวนมากและกลัวว่าราคจะร่วง คุณสามารถเปิดสถานะ Short ในตลาดอนุพันธ์เพื่อชดเชยผลขาดทุนจากราคาเหรียญที่ลดลงได้
  2. Profit in Bear Market: ในขณะที่การเทรดแบบ Spot ต้องรอให้ราคาขึ้นถึงจะได้กำไร แต่ Derivative คือ ช่องทางที่ช่วยให้เราทำเงินได้ในช่วงตลาดขาลงอย่างรุนแรง
  3. Capital Efficiency: ใช้เงินทุนจำนวนน้อยแต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ผ่านระบบเลเวอเรจ ทำให้ไม่ต้องจมเงินก้อนใหญ่ไว้ในสินทรัพย์เดียว

Derivative เหมาะกับใคร

การเทรดอนุพันธ์ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับทุกคน แต่จะตอบโจทย์กลุ่มคนดังนี้:

  • นักเก็งกำไร (Speculators): ผู้ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของราคาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • นักลงทุนที่ต้องการ Hedging: ผู้ที่มีเหรียญจริงอยู่แล้ว (Spot) แต่ต้องการเปิดสถานะ Short เพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดเป็นขาลง
  • ผู้ที่มีเงินทุนจำกัด: ผู้ที่ต้องการใช้ Leverage เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากทุนจำนวนน้อย
  • เทรดเดอร์สายเทคนิค: ผู้ที่ใช้กราฟและอินดิเคเตอร์ในการหาจังหวะเข้าทำกำไรอย่างเป็นระบบ

ข้อควรระวังและความเสี่ยงที่มาพร้อมกับอนุพันธ์

ขึ้นชื่อว่าอนุพันธ์ ความเสี่ยงย่อมสูงกว่าการถือครองเหรียญปกติหลายเท่าตัวโดยมีสิ่งที่ต้องพึงระวังดังนี้

  • ความผันผวนที่ทวีคูณ: แม้ราคาเหรียญจริงจะขยับเพียง 1% แต่ถ้าใช้เลเวอเรจ 100x พอร์ตของคุณจะขยับทันที 100% ซึ่งอาจทำให้ล้างพอร์ตได้ภายในเสี้ยววินาที
  • ความซับซ้อนของเครื่องมือ: หากไม่เข้าใจเรื่อง Margin หรือระบบค้ำประกัน อาจทำให้เสียเปรียบในแง่ของต้นทุนค่าธรรมเนียม
  • ความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม: การเทรดอนุพันธ์ต้องพึ่งพาความเสถียรของระบบคีย์คำสั่ง หากระบบค้างในช่วงตลาดรุนแรงอาจสร้างความเสียหายหนัก

ความเสี่ยงของ Derivative

แม้จะมีโอกาสทำกำไรสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย (High Risk, High Return):

  • Liquidation Risk (การถูกล้างพอร์ต): หากราคาเคลื่อนที่ผิดทางจนถึงจุดที่หลักประกันของคุณไม่เพียงพอ ระบบจะทำการปิดสถานะของคุณทันทีและเงินทุนจะกลายเป็นศูนย์
  • Volatility Risk: ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงมาก ราคาอาจสะบัดไปโดนจุด Stop Loss หรือจุดล้างพอร์ตได้ในเสี้ยววินาที
  • Leverage Risk: การใช้เลเวอเรจสูงเกินไปจะทำให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของราคา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเงินทุนของคุณ
  • Funding Fee Risk: ในบางช่วงเวลา เทรดเดอร์อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการถือสถานะค้างไว้ ซึ่งอาจกัดกินกำไรหากถือสถานะนานเกินไป

บทสรุป Derivative คือกุญแจสำคัญสู่การเทรดมืออาชีพ

การทำความเข้าใจว่า Derivative คือ อะไร เป็นเพียงก้าวแรกของการเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ สินทรัพย์อนุพันธ์เป็นเสมือน "ดาบสองคม" ที่ให้ทั้งพลังในการสร้างผลตอบแทนมหาศาลและการทำลายล้างเงินทุนในเวลาเดียวกัน ดังนั้น การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การฝึกฝนวินัยในการตัดขาดทุน (Stop Loss) และการเลือกใช้ กระดานคริปโตอย่าง Bitazza ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ กลต. มีความน่าเชื่อถือและมีสภาพคล่องสูง จึงเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับนักเทรดทุกคน

FAQ: 5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Derivative

1. Derivative คืออะไร อธิบายง่าย ๆ ได้ไหม?

Derivative คือ สัญญาที่ราคาขึ้นลงตามราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ แต่ใช้เพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาหรือป้องกันความเสี่ยง

2. มือใหม่ควรเริ่มเทรด Derivative เลยหรือไม่?

ไม่แนะนำอย่างยิ่ง มือใหม่ควรเริ่มต้นจากการเทรด Spot เพื่อเข้าใจพฤติกรรมราคาคริปโตก่อน เมื่อชำนาญแล้วจึงค่อยเริ่มศึกษาเรื่องอนุพันธ์โดยใช้เลเวอเรจในระดับต่ำ ๆ

3. การเทรดแบบ Futures ต่างจาก Spot อย่างไร?

Spot คือการซื้อเหรียญจริงมาครอบครอง ต้องรอราคาขึ้นถึงจะได้กำไร แต่ Futures คือการทำสัญญาเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจได้และทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

4. เลเวอเรจเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย?

ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปนักเทรดมืออาชีพมักใช้เลเวอเรจไม่เกิน 3x - 10x เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจนำไปสู่การล้างพอร์ต

5. ทำไมถึงมีการล้างพอร์ตในตลาด Derivative?

เพราะมีการใช้เลเวอเรจ ทำให้เงินประกันที่วางไว้มีมูลค่าน้อยกว่าขนาดของสัญญา เมื่อราคาผิดทางจนเงินประกันไม่พอรองรับผลขาดทุน ระบบจึงต้องปิดสัญญาเพื่อตัดความเสียหาย

 

 คำเตือน

*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการให้คำแนะนำทางการเงินแต่อย่างใด 

 

Subscribe by email

ภาษีคริปโตในไทย 2569: ทุกสิ่งที่นักลงทุนบน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตต้องรู้

ภาษีคริปโตในไทย 2569: ทุกสิ่งที่นักลงทุนบน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตต้องรู้

22 เม.ย. 2026, 13:39:26 2 min read
Thailand Bitcoin ETF: ทุกสิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้ในปี 2569

Thailand Bitcoin ETF: ทุกสิ่งที่นักลงทุนไทยต้องรู้ในปี 2569

22 เม.ย. 2026, 10:03:40 3 min read
BTC ยังมีแรงซื้อ ท่ามกลางน้ำมันราคาพุ่ง

BTC ยังมีแรงซื้อ ท่ามกลางน้ำมันราคาพุ่ง

31 มี.ค. 2026, 13:33:49 2 min read
SEC สหรัฐเคาะ คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์

SEC สหรัฐเคาะ คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์

26 มี.ค. 2026, 11:33:09 2 min read
ทำความรู้จักเหรียญ IOST Coin เหรียญ เทคโนโลยีล้ำ บนโลก Web3 (Clone)
IOST Coin

ทำความรู้จักเหรียญ IOST Coin เหรียญ เทคโนโลยีล้ำ บนโลก Web3 (Clone)

18 มี.ค. 2026, 20:17:42 2 min read
ประกาศสำคัญ: การปรับปรุงและอัปเดตรายการสินทรัพย์ดิจิทัลบางรายการ

ประกาศสำคัญ: การปรับปรุงและอัปเดตรายการสินทรัพย์ดิจิทัลบางรายการ

17 มี.ค. 2026, 16:00:45 1 min read
กองทุนแห่งชาติ UAE ลงทุน Bitcoin ผ่าน ETF เพิ่มขึ้น

กองทุนแห่งชาติ UAE ลงทุน Bitcoin ผ่าน ETF เพิ่มขึ้น

25 ก.พ. 2026, 14:14:49 2 min read
SSF คืออะไร อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด พร้อมกลยุทธ์ลงทุนลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า
กองทุน ssf คือ

SSF คืออะไร อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด พร้อมกลยุทธ์ลงทุนลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่า

19 ก.พ. 2026, 14:45:00 2 min read
แนวรับ แนวต้าน คืออะไร? เทคนิคดูกราฟราคาสำหรับนักเทรดมือใหม่
แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร? เทคนิคดูกราฟราคาสำหรับนักเทรดมือใหม่

19 ก.พ. 2026, 11:30:00 2 min read
Fibonacci คืออะไร เครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่นักลงทุนคริปโตนิยมใช้
fibonacci คือ

Fibonacci คืออะไร เครื่องมือวิเคราะห์กราฟที่นักลงทุนคริปโตนิยมใช้

19 ก.พ. 2026, 11:15:00 2 min read