สัปดาห์ที่ 24–30 มีนาคม 2569
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์อื่น ๆ รวมถึงมีเม็ดเงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ราว 296 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีเม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ ราคา Bitcoin ปรับตัวลงทดสอบ 65,700 ดอลลาร์สหรัฐ แต่แนวโน้มทางเทคนิคยังถือว่าเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideway Up การที่ราคายังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ยังคาดหวังถึงการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้ตลาดพลังงานเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในอิหร่านที่ยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ราคาน้ำมันดิบ (Brent Crude) พุ่งขึ้นสูงสุดที่ 112–126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนปรับตัวลง และนักวิเคราะห์มองว่าความผันผวนยังคงอยู่ต่อเนื่อง
สำหรับตลาดคริปโต ราคาน้ำมันที่สูงเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อ ลดโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย การประชุม FOMC เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.5–3.75% โดยส่งสัญญาณว่าปีนี้จะลดดอกเบี้ยได้แค่ครั้งเดียว ตลาดตอบสนองด้วยการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและกลับสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ปลายสัปดาห์มีข่าว Trump เปิดการเจรจากับอิหร่าน กดดันให้ราคาน้ำมันและ Bitcoin ปรับตัวลงเพิ่มเติม
ในสัปดาห์นี้ควรจับตาการแถลงนโยบายเศรษฐกิจของประธาน Fed ในคืนวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พร้อมกับความขัดแย้งในอิหร่านที่ยังคงมีความผันผวนสูง กลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงนี้คือการเทรดเก็งกำไรระยะสั้นอย่างมีวินัย โดยรอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวมาที่แนวรับ และจำกัดสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 20% ของพอร์ตรวม เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยบวกที่แข็งแกร่งพอจะผลักดันราคาขึ้นต่อเนื่อง
ในกลุ่มเหรียญทางเลือก (Altcoin) กลุ่มเหรียญ AI มีความแข็งแกร่งโดดเด่นกว่าตลาด จากกระแสการนำ AI Agent มาใช้งานจริงที่เติบโตขึ้น นำโดย TAO และ FET นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจพิจารณาเก็งกำไรในกลุ่มนี้เมื่อราคาย่อตัว แต่ไม่ควรไล่ซื้อเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว
แม้ตลาดจะมีแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจ แต่แนวโน้มทางเทคนิคยังคงอยู่ในรูปแบบ Sideways Up โดยราคาไม่ได้ทำจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังมีแรงซื้อรองรับอยู่
ราคาปัจจุบัน: 2,219,455 บาท / 67,505 USD
BTC เคลื่อนไหวแบบ Sideway Up ลงมาทดสอบระดับ 65,700 ดอลลาร์สหรัฐจากแรงกดดันมหภาค แต่ราคายังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีแรงซื้อรองรับอยู่ จับตาแนวรับสำคัญที่ 2,050,000 บาท (62,300 ดอลลาร์สหรัฐ) ถ้าหลุดระดับนี้ควรตัดขาดทุนก่อน เพื่อฟื้นตัวเป็นขาขึ้นต้องทะลุผ่านแนวต้านที่ 2,376,800 บาท (72,300 ดอลลาร์สหรัฐ) ให้ได้
ราคาปัจจุบัน: 67,967 บาท / 2,060 USD
ETH ยังทรงตัวในแนวระดับ 68,000 บาท โซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 62,700 บาท (1,900 ดอลลาร์สหรัฐ) ถ้ายืนเหนือแนวรับนี้ได้ ยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นสู่ 72,600 บาท การยืนเหนือแนวต้านที่ 72,600 บาทคือสัญญาณยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น
ราคาปัจจุบัน: 8.63 บาท / 0.262 USD
STG พุ่งขึ้นกว่า 31% สัปดาห์นี้ โดดเด่นท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนตัว แรงหนุนมาจาก Ecosystem Spillover ของ LayerZero ที่ประกาศเปิดตัว Zero L1 บล็อกเชนใหม่ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้น 660% ในช่วงที่ราคาทะลุแนวต้าน ขณะนี้ราคากำลังแกว่งตัวในกรอบแคบใกล้แนวต้าน การยืนเหนือ 6.60 บาทเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับการฟื้นตัวต่อ
ราคาปัจจุบัน: 76.70 บาท / 2.32 USD
M สร้างผลตอบแทนสูงสุดในคู่เทรด THB บน Bitazza Thailand สัปดาห์นี้ โดยพุ่งขึ้นกว่า 36% จาก 56.42 บาทสู่ 76.70 บาท การทะลุแนวต้านครั้งนี้แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง หลังจากนั้นราคาปรับตัวลงพักฐาน แนวรับสำคัญอยู่ที่ 56 บาท การยืนเหนือระดับนี้ได้ถือว่าแนวโน้มฟื้นตัวของตลาดคริปโตยังคงอยู่
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือความขัดแย้งระหว่างความกังวลของตลาดรายย่อยกับพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบัน Goldman Sachs ปรับเพิ่มโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ เป็น 30% ขณะที่ Moody's ประเมินไว้สูงถึง 48.6% ดัชนี Fear & Greed ของตลาดคริปโตอยู่ในโซน Extreme Fear แต่ Bitcoin ETF กลับบันทึกเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิรวม 1,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐใน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน นับเป็นสถิติเงินสุทธิเข้าเป็นบวกยาวนานที่สุดในปี 2569
กลยุทธ์การลงทุน: จับตาแนวรับ Bitcoin ที่ 2,050,000 บาท / 62,300 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้ายืนเหนือระดับนี้ได้ แนวโน้ม Sideway Up ยังคงอยู่ เหมาะกับการทยอยสะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ถ้าหลุดระดับนี้ให้ชะลอลงทุนและรอสัญญาณ Bottom ที่ชัดเจน สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น สภาพแวดล้อมมหภาคมีความผันผวนสูง ควรบริหารการลงทุนอย่างระมัดระวัง
หมายเหตุ มุมมอง ข้อมูลความรู้ และความคิดเห็นถือมาเป็นเนื้อหาที่มาจากปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ถือเป็นการแสดงออกจากบิทาซซ่าและพนักงาน ทั้งอีเมลและเนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน